3 เทคนิคสำหรับมือใหม่ กับการเลี้ยงกระต่ายที่ถูกต้อง กระต่าย เป็นสัตว์น่ารักขนาดเล็ก ที่มีขนปุกปุยเหมือนสัตว์เลี้ยงทั่ว ๆ ไป แต่จะไม่ส่งเสียงร้องรบกวนผู้เลี้ยง ดังนั้น ผู้คนจึงนิยมเลี้ยงกระต่ายกันมากขึ้นในปัจจุบัน แต่การเลี้ยงกระต่ายนั้น ผู้เลี้ยงก็จะต้องศึกษาพฤติกรรม รวมถึงการเลี้ยงที่ถูกต้องด้วย ฉะนั้น เราจึงนำ 3 เทคนิคสำหรับมือใหม่ กับการเลี้ยงกระต่ายที่ถูกต้อง เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีสุขภาพดี  และมีอายุอยู่กับเราได้อย่างยาวนาน แล้วจะต้องทำอย่างไรบ้างไปดูกันเลย

3 เทคนิค สำหรับมือใหม่ กับการเลี้ยงกระต่ายที่ถูกต้อง

1. การเตรียมพื้นที่สำหรับเลี้ยงกระต่าย

3 เทคนิคสำหรับมือใหม่ กับการเลี้ยงกระต่ายที่ถูกต้อง

               สำหรับผู้ที่อยากเลี้ยงกระต่ายภายในบ้านนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงเป็นอันดับแรกก็คือ พื้นที่ในการเลี้ยง หรือการเลือกกรงที่เจ้ากระต่ายของเราจะต้องอาศัยอยู่ภายในนั่นเอง เพราะว่ากรงที่เราเลือกนั้นต้องมีขนาดใหญ่กว่าตัวของเจ้ากระต่าย ยิ่งใหญ่เท่าไหร่ยิ่งดี ส่วนพื้นของกรงควรเลือกกรงที่ดูแลง่าย ควรเลือกใช้วัสดุที่ทำจากลวด หรือสแตนเลส ไม่ควรเลือกวัสดุที่หุ้มด้วยพลาสติก เพราะเขาอาจจะกัดแทะวัสดุจนเป็นอันตรายได้นั่นเอง และห้ามเลี้ยงในตู้กระจกเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้อากาศถ่ายเทไม่เพียงพอ เสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้ ในส่วนของถาดรองควรเป็นพลาสติกที่แข็ง เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด สำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยงกระต่ายไว้ในบ้านนั้น จะต้องทำความสะอาดกรง และถาดรองทุกวันด้วยนะคะ

               และสำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยงกระต่ายไว้ภายนอกบ้าน สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงเป็นอับดับแรกก็คือความปลอดภัย จากนั้นเป็นที่อยู่อาศัย ผู้เลี้ยงควรเลือกกรงชนิดที่ออกแบบให้เหมาะสมกับบริเวณบ้าน ภูมิอากาศ หลังคาควรจะเป็นแบบเปิดปิดได้ กันแดดกันฝนได้เป็นอย่างดี และมีขนาดใหญ่ เพราะจะได้มีพื้นที่ให้กระต่ายวิ่งเล่นมากขึ้น ไม่ทำให้เขารู้สึกอึดอัด ส่วนพื้นควรรองด้วยฟาง หรือหญ้าแห้งเพื่อไว้สำหรับให้เขาสามารถนอนได้ ที่สำคัญคือ ในช่วงฤดูหนาวให้ระวังการวางกรงไว้ในพื้นที่ที่มีลมโกรก เพราะอาจทำให้กระต่ายล้มป่วยได้ ฉะนั้นควรวางกรงให้ห่างจากจุดที่มีลมโกรกแรงสักนิด และมีหญ้าเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับกระต่ายด้วยนะคะ

2. การให้อาหารและน้ำ

การให้อาหารและน้ำ

               สำหรับอาหารการกินของเจ้ากระต่ายน้อยขนปุยนั้น ผู้เลี้ยงจะต้องเอาใจใส่สักหน่อย เพราะถือว่าสำคัญมาก ๆ ต่อการเจริญเติบโตของมัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นหญ้า อาหารเม็ด แต่อาหารหลักของกระต่ายก็คือหญ้า ซึ่งก็มีหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น หญ้าขน หญ้าทิมโมธี แพงโกล่า และหญ้าอัลฟาฟ่า ในกระต่ายที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน สามารถผสมอาหารเม็ดให้กินรวมกับหญ้าได้ แต่ควรให้ในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป เพราะจะทำให้กระต่ายอ้วน ไม่แข็งแรง ส่วนกระต่ายที่อายุ 7 เดือนขึ้นไป ผู้เลี้ยงควรเริ่มจำกัดการให้อาหารเม็ด ให้เสริมได้เป็นบางครั้งคราว และเลือกอาหารเม็ดชนิดที่มีโปรตีน กากใยสูง และไขมันไม่สูง ส่วนการให้น้ำ เราจะต้องมีน้ำสะอาดไว้ในกรงให้กระต่ายกินตลอดเวลา ควรจะใส่ขวดที่มีจุกน้ำแบบหลอดท่อแอร์ หรือแบบที่มีลูกปืน เพราะถ้าให้แบบอ่าง กระต่ายอาจจะนำปากลงไปกิน จนทำให้จมูกเปียก เสี่ยงต่อการเป็นหวัดได้ และควรทำความสะอาดขวดน้ำบ้าง อย่าให้สกปรกจนเกินไป

3. การอาบน้ำกระต่าย

การอาบน้ำกระต่าย

               เรื่องของการดูแล ทำความสะอาดให้เจ้ากระต่ายขนฟู ปุกปุยน่ารักนั้น ผู้เลี้ยงสามารถทำได้ง่าย ๆ เลย เพียงใช้ผ้าชุบน้ำแล้วเช็ดทำความสะอาด แต่นี่เป็นวิธีทำความสะอาดสำหรับเจ้ากระต่ายน้อยที่มีอายุต่ำกว่า 3 เดือนเท่านั้น แต่พอหลังจาก 3 เดือน ไปแล้วก็สามารถอาบน้ำได้ โดยการเตรียมน้ำใส่กะละมังไว้ บีบหูเพื่อไม่ให้น้ำเข้า จากนั้นเราก็ใช้น้ำรดตัวกระต่าย และใช้แชมพูฟอกให้ทั่วตัว สามารถใช้แชมพูของน้องหมา หรือแชมพูเด็กก็ได้นะคะ แต่ห้ามใช้แชมพูสำหรับผู้ใหญ่ เพราะอาจทำให้ขนร่วงได้ เสร็จแล้วล้างน้ำให้สะอาด ใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง หากเป็นพันธุ์ขนยาวก็ควรใช้ไดร์เป่าโดยใช้ลมเย็น และอย่าลืมหวีขนให้เขาด้วยล่ะ

               ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็เป็น 3 เทคนิค สำหรับมือใหม่ กับการเลี้ยงกระต่ายที่ถูกต้อง ซึ่งกระต่ายไม่ใช่เพียงสัตว์เลี้ยงที่เอาไว้ดูเล่นเท่านั้น ดังนั้น จึงไม่ควรปล่อยให้เขาอยู่ในกรงตลอดเวลา เพราะอาจทำให้เขาเกิดความเครียด และเกิดอาการป่วยได้ ฉะนั้นควรดูแลเอาใจใส่ และให้ความสำคัญกับพวกมันมาก ๆ ด้วยนะคะ

              หนูแฮมเตอร์ เป็นหนูแคระตัวเล็ก ที่มีมากมายหลายสายพันธุ์ ไม่ใช่หนูธรรมดาที่เราจะเลี้ยงหรือให้อาหารอย่างไรก็ได้ ปัจจุบันมีคนมากมายนิยมเลี้ยงหนูแฮมเตอร์ เพราะหาซื้อได้ง่าย เลี้ยงได้ไม่ยาก และนิสัยของมันที่ชอบหลับในตอนกลางวัน ซึ่งแปลว่ามันหากินตอนกลางคืน ฉะนั้น เราจึงรวบรวม ขั้นตอนที่ต้องรู้ก่อนเลี้ยงหนูแฮมเตอร์ มาให้คุณได้ทราบกัน ถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย

ต้นกล้วยไม้ถือเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่ทำรายได้ให้ประเทศปีละหลายร้อยล้านบาท มีการเพาะปลูกส่งขายต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยความที่มีลักษณะเป็นดอกสวยงาม มีหลากหลายสายพันธุ์ และมีความหมายดี ทำให้คนนิยมปลูกต้นกล้วยไม้กันมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนจะปลูกกล้วยไม้ได้สำเร็จ ถ้าวิธีการปลูกที่ไม่เหมาะสม กล้วยไม้ก็จะไม่เจริญงอกงามเท่าที่ควร ภาชนะปลูกต้นกล้วยไม้ให้งาม จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ