5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศอิตาลี

5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศอิตาลี ประเทศอิตาลี เป็นอีกจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเลือกเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปมากๆ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เมื่อเดินทางไปยุโรปแล้วก็ต้องไปเที่ยวที่อิตาลี เมืองแห่งน้ำหอมที่โด่งดังสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ที่มีให้เลือกเที่ยวชมเยอะมากๆ แหล่งช้อปปิ้งที่มีให้เลือกสรรมากมาย ราคาย่อมเยา อาหารที่อาจจะคุ้นตาบ้าง ไม่คุ้นตาบ้าง ที่หน้าตาเชิญชวนให้ลิ้มลองกัน เราไปดูกันว่าสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในอิตาลีนั้นจะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลยครับ

มีคำกล่าวว่า “อิตาลี ฤดูใบไม้ผลิ และรักครั้งแรก สามสิ่งนี้น่าจะเพียงพอที่จะทำให้คนที่เศร้าหมองกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง” ฟังดูเหมือนอิตาลีจะมีความพิเศษบางประการที่ทำให้ใครๆ ต่างพากันตกหลุมรัก เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศอิตาลีเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก กลิ่นอายความโรแมนติก ท่ามกลางสถาปัตยกรรมคลาสสิกสไตล์ยุโรป ที่ถูกแวดล้อมด้วยทะเลและเทือกเขาที่มีความสมบูรณ์และสวยงามตามธรรมชาติ

เหมาะสำหรับเป็นพิกัดท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ ปล่อยให้มวลบรรยากาศความเป็นอิตาลีเรียกความสดใสคืนกลับมาให้คุณ นอกจากกรุงโรมและเมืองเวนิส ที่เป็นเสมือนแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแล้ว รู้หรือไม่ว่าอิตาลียังมีเมืองเล็กๆ แสนน่ารักและดีต่อใจอีกหลายแห่ง ที่รอให้คุณไปพิสูจน์ความสวยงาม รับรองว่าต้องตกหลุมรักแน่นอน

5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศอิตาลี

1. มหาวิหารแพนธีออน (Pantheon)

มหาวิหารแห่งนี้มีอายุกว่า 2,000 ปีครับ แค่ดูอายุก็รู้แล้วว่าขลัง แต่เดิมสร้างโดยมาร์คัส วิพซานิอัส อกริพพา (Marcus Vipsanius Agrippa) ใช้เป็นเทวสถานสำหรับเทพต่างๆ ของโรมันโบราณและเป็นคริสต์ศาสนสถานของโรมันคาทอลิก ต่อมาได้รับการสร้างใหม่ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 2 และก็ยังคงใช้งานกันมาตลอดตั้งแต่สร้างครั้งแรก แต่สภาพยังดีเหมือนเดิมเลย นอกจากกาลเวลาจะไม่สามารถทำให้มหาวิหารแพนธีออนผุพังไปได้แล้ว ยังเป็นสิ่งก่อสร้างจากสมัยโรมันที่คงสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วยค่า แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะในการสรรค์สร้างของสถาปนิกสมัยโบราณจริงๆ

ความน่าทึ่งนี้เริ่มตั้งแต่เสาหินแกรนิตขนาดยักษ์ด้านหน้าเลยล่ะครับ ที่เรียงตัวเป็นแนวยาวเหมือนวิหารกรีก แต่ละเสาทำจากหินก้อนเดียว ไม่ได้เอามาต่อกัน ตัววิหารไม่มีเสาค้ำกลางคอยรับน้ำหนักเลยทั้งที่มีขนาดใหญ่โตมากกก มีหลังคาโดมและมีช่องวงกลมขนาดใหญ่ตรงกลางให้แสงผ่านเข้ามา ช่องนี้เรียกว่าช่อง โอคูลุส ซึ่งแปลว่าตา สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นนาฬิกาแดดและช่วยส่องแสงสว่างให้กษัตริย์ในอดีตในขณะที่เสด็จมาประกอบพิธีสำคัญๆ ภายในมหาวิหาร

5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศอิตาลี

2. น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain)

น้ำพุแบบบาโรกที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในกรุงโรม มีความสูง 25.9 เมตร กว้าง 19.8 เมตร ตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่ง จึงเป็นที่มาของชื่อเทรวี ที่มาจากคำว่าตรีวิอุม หมายถึงการพบกันของถนนสามสายนั่นเอง น้ำพุเทรวีขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงาม เป็นแบบสไตล์บารอค ซึ่งองค์สมเด็จสันตะปาปาครีเมนต์ที่ 12 ได้มอบหมายให้ นิโคลา ซาลวี่ ออกแบบและก่อสร้างขึ้นในปี 1732 โดยใช้เวลาสร้างทั้งสิ้นรวม 30 ปี แถมยังมีเสน่ห์จนภาพยนตร์หลายเรื่องพากันมาถ่ายทำที่นี่เลยล่ะ

ตรงกลางน้ำพุมีรูปปั้นแกะสลักเทพเจ้าเนปจูนและไทรทันซึ่งเป็นเทพแห่งท้องทะเลตั้งอยู่อย่างอลังการ แสดงถึงการมีสุขภาพที่แข็งแรง ความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักร และลักษณะของทะเลที่เงียบสงบและแปรปรวน ว่ากันว่าถ้าใครโยนเหรียญลงไปในน้ำแล้วอธิษฐานจะทำให้กลับมายังประเทศอิตาลีอีกครั้งด้วยนะ โดยการโยนที่ถูกต้องคือหันหลังให้กับน้ำพุ ใช้มือขวากำเหรียญเอาไว้พร้อมอธิษฐานในใจ แล้วโยนเหรียญข้ามไหล่ซ้ายของเราให้ลงบ่อน้ำพุ ก็จะสมหวังตามคำอธิษฐานแหละ

5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในประเทศอิตาลี

3. แกรนด์คาแนล (Grand Canal)

แกรนด์คาแนล เป็นคลองที่มีชื่อเสียงที่สุดของเวนิสในด้านการท่องเที่ยวเลยแหละ มาที่นี่แล้วที่พลาดไม่ได้เลยคือการล่องเรือกอนโดล่า เพราะริมคลองมีทางเดินอยู่เพียงเล็กน้อย การสัญจรทางเรือจึงเป็นที่นิยมมากสุดๆ และในสมัยก่อนนั้น เรือสินค้าขนาดใหญ่ต้องใช้คนพายหลายคน เมื่อสินค้ามาถึงยังเกาะเวนิสก็ต้องมีการแบ่งสินค้าและถ่ายเทไปแจกจ่ายค้าขายทั่วทั้งเกาะ แต่พื้นที่บางจุดถูกตัดขาดและไม่มีสะพานเชื่อมต่อ จึงต้องนำสินค้าขนใส่เรือแจวลำเล็กเรือกอนโดลา นั่นเองครับ

และในปัจจุบันเรือกอนโดลาก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของเวนิสไปเป็นที่เรียบร้อย ล่องเรือเพลินๆ กับคลองที่มีความยาวประมาณ 3,800 เมตร และมีความกว้างประมาณ 30-90 เมตร ที่นี่อากาศดี และบ้านเมืองสะอาดตามากครับ ชมบ้านเรือนสวยๆ สีสันหลากหลาย แต่ยังคงรูปแบบเดิมอายุหลายร้อยปีไว้อย่างดี ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญระดับโลกเกือบทั้งหมดของเมือง ทั้งพระราชวังและโบสถ์และสถาปัตยกรรมที่งดงามเรียงรายอยู่ริมฝั่งคลอง รับรองว่าจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะต้องหลงรักอย่างแน่นอน

หอเอนเมืองปิซา (Tower of Pisa)

4. หอเอนเมืองปิซา (Tower of Pisa)

หอเอนเมืองปิซ่า เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1173 แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1372 ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1987 โดยเป็นส่วนหนึ่งของPiazza Dei Miracoli และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี เมื่อวัดดูปรากฏว่าเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 14 ฟุต แต่ก็ยังไม่ล้ม ยังคงเอียงอยู่ถึงทุกวันนี้ และกลายเป็นสิ่งแปลกและมหัศจรรย์ของโลก ที่ใครมาถึงก็จะเห็นผู้คนรำไทเก๊ก เอ้ย! ถ่ายรูปทำท่าดันหอเอนปิซานี้อยู่แน่นอน

Spanish Steps

5. Spanish Steps

บันไดสเปน นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของกรุงโรมแล้ว  ย่านนี้ยังเต็มไปด้วยร้านบูติคแบรนด์ดังมากมาย รวมไปถึงบูติคแฟชั่นระดับชั้นนำของอิตาลี เช่น วาเลนติโน กุชชี่ พราด้า อาร์มานี่  และอื่นๆ อีกมากมายตั้งเรียงรายอยู่ในย่านสุดหรูแห่งนี้  ซึ่งบูติคแต่ละร้านได้รับการตกแต่งสวยงาม หรูหรา และล้วนแล้วแต่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวในการช้อปปิ้งและการพิจารณาสินค้าแต่ละชิ้นเป็นอย่างมาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพบเหล่าคนดังและเศรษฐีแห่งกรุงโรมมาช้อปปิ้งอยู่ในบูติกดังในย่านสุดหรู Spanish Steps แห่งนี้ นอกจากนั้นแล้วยังมีห้างสรรพสินค้าต่างๆ ให้ได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งในย่านนี้ด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในอิตาลี ที่คนชื่นชอบไปเที่ยวกัน สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปสัมผัสด้วยตัวเอง หมดโควิดนี้ต้องเตรียมแพลนไปเที่ยวอิตาลีแล้วแหละ

บทความที่น่าสนใจ: cafe2three