รวม 7 อาชีพในอนาคต ที่ทุกคนสามารถ Reskill และต่อยอดความรู้ เพื่อให้ปรับตัวได้! – จากสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนมา work from home ทำงานที่บ้าน มีเวลาเพิ่มขึ้น เราขอเชิญชวนทุกท่านใช้โอกาสนี้ในการใช้เวลาว่างมาเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ พัฒนาทักษะใหม่ที่ตอบโจทย์ยุคอนาคตกัน ปัจจุบันมีคอร์สเรียนออนไลน์ให้เลือกเรียนหลากหลายมากมาย ทั้งแบบที่ฟรีและแบบเสียเงิน ได้ใบรับรองไว้ใช้สมัครงานด้วย แต่หลายคนอาจยังไม่แน่ใจ หรือ สงสัยว่าจะเรียนอะไรดี? พัฒนาทักษะด้านไหนสำหรับอาชีพไหนดี? เราจึงได้รวบรวม 7 กลุ่มอาชีพมาแรง ที่คาดว่าจะเป็นที่ต้องการไปจนถึงปี 2022 เลย มาดูกันเลยว่ามีอาชีพอะไรบ้าง!‍

รวม 7 อาชีพในอนาคต ที่ทุกคนสามารถ Reskill และต่อยอดความรู้ เพื่อให้ปรับตัวได้!

1. Care Economy

งานบริการที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถควบคู่ไปกับความใส่ใจดูแล นี่คือกลุ่มงานที่หุ่นยนต์ไม่สามารถทดแทนได้ เพราะต้องใช้ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ อย่างงานในกลุ่มดูแลรักษาพยาบาล บริการเพื่อสุขภาพ จริงอยู่ว่าหุ่นยนต์สามารถช่วยวินิจฉัยโรคได้ แต่ขั้นตอนการสื่อสารผลการวินิจฉัย โดยเฉพาะในกรณีที่ผลออกมาร้ายแรง การให้กำลังใจ การให้คำแนะนำด้วยความใส่ใจเป็นเรื่องสำคัญมาก เป็นทักษะที่หุ่นยนต์ไม่มีแน่นอน เพราะหุ่นยนต์เพียงแค่ทำตามคำสั่ง การทำกายภาพก็เช่นกัน ต้องมีความระมัดระวังสูง การเคลื่อนไหวสัมผัสผู้ป่วยต้องค่อยเป็นค่อยไป

Care Economy

2. Data and AI

แน่นอนว่าถ้าเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตก้าวไกล นี่คือกลุ่มอาชีพที่ขาดไม่ได้ ผสสำรวจบน LinkedIn ชี้ให้เห็นว่ามีตำแหน่งงานสายนี้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเทียบกับปีก่อน ๆ ยิ่งเวลาผ่านไป เทคโนโลยียิ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันเรามากขึ้น เกิดข้อมูลเป็นหลายแสนล้านจุดและจะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หากการใช้ Internet of Things เป็นที่นิยมมากขึ้น ข้อมูลที่เคยเป็น offline กลายมาเป็น online แทบทั้งหมด แต่ไม่ใช่ข้อมูลทุกข้อมูลที่มีประโยชน์ อาชีพเหล่านีมีหน้าที่คัดกรอง จัดการดึงเฉพาะข้อมูลที่นำมาใช้ประโยชน์ สร้างคุณค่าต่อได้ พัฒนาโมเดล machine learning ให้แม่นยำมากขึ้น

Data and AI

3. Engineering and Cloud Computing

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าจะมีจุดข้อมูลเกิดขึ้นอีกมากมาย ส่งผลให้ต้องมีการจัดเก็บข้อมูลที่ดีและปลอดภัย ซึ่งวิธีที่นิยมก็คือการเก็บข้อมูลบนระบบ cloud ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีจะมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในองค์กรใหญ่ที่ยิ่งมีผู้ใช้จำนวนมาก ระบบยิ่งต้องเสถียร ใช้งานได้ และมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล วางระบบการพัฒนาแอพพลิเคชั่นและแพลตฟอร์มให้ทำงานบน cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ทำหน้าที่เป็นทั้งนักพัฒนาและผู้ดูแลการปฏิบัติการ ส่วน python และ javascript นั้น เป็นภาษาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเพราะสามารถใช้ทำได้หลายอย่าง ครอบคลุมตั้งแต่งานพัฒนาผลิตภัณฑ์ งานที่เกี่ยวกับ AI ไปจนถึงการทำงานกับข้อมูลสำหรับ data scientist

Engineering and Cloud Computing

4. Green Economy

ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ ในปี 2019 ที่ผ่านมา มีปัญหามากมายส่งผลกระทบทั่วโลก การพัฒนาของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก้าวหน้าไปมาก แต่ในทางกลับกัน กลับส่งผลให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมรุนแรงขึ้นทุกเมื่อ นี่เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน เกิดเป็นเทรนด์การรณรงค์ให้คิดค้น ให้ใช้พลังงานทางเลือกรูปแบบอื่น ๆ ที่ไม่เป็นภัยต่อธรรมชาติ มีการส่งเสริมให้ปรับใช้แนวคิด sustainability อย่างกว้างขวาง ลดปริมาณคาร์บอน อาชีพกลุ่มที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องพลังงานสีเขียวนี้จึงถูกคาดว่าจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น อีกอาชีพหนึ่งที่เป็นอาชีพใหม่ที่น่าสนใจคือ นักการตลาดสีเขียว ซึ่งมีหน้าที่โปรโมทส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Green Economy

5. People and Culture

บทบาทของ HR จะเปลี่ยนแปลงไป จากสายงาน support หลังบ้านกลายมาเป็น partner คู่คิดสายงานธุรกิจ บุคลากรเป็นทรัพยากรที่สำคัญมากในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้า หากว่า HR มีความรู้ความเข้าใจในลักษณะของธุรกิจ และทำงานอย่างใกล้ชิดกับแผนกอื่น ๆ จะช่วยให้ HR สามารถเป็น partner จัดสรร talent ตามความสามารถให้ตรงตามเป้าหมายทางธุรกิจ

งาน recruit สรรหาบุคลากรจะยังมีความสำคัญ เพราะเป็นตำแหน่งงานที่ต้องใช้ human touch สูง เป็นเรื่องการติดต่อสื่อสารระหว่างคน ประกอบกับตำแหน่งงานสาย IT จะเป็นที่ต้องการมากขึ้น จึงต้องมีคนทำหน้าที่สร้าง culture การทำงานที่ดึงดูดให้ talent อยากมาร่วมงานด้วย

People and Culture

6. Product Development

ยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้า ยิ่งเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจที่จะนำมาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด ดังนั้นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนา tech product จึงมีความสำคัญมาก มีหน้าที่บริหารจัดการโปรเจค ต้องใช้การทำงานที่รวดเร็วและยืดหยุ่น วิธีการทำงานแบบ agile มีกระบวนการทดสอบ เก็บข้อมูล และปรับเปลี่ยนตาม feedback อยู่เสมอ เป็นการแตกงานชิ้นใหญ่ออกเป็น sprint ย่อย วางแผนระยะสั้น ทำทีละส่วน ประเมิน แล้วปรับ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาดได้เร็วและตรงตามความต้องการของผู้ใช้ ตำแหน่งงานเหล่านี้ต้องใช้ทักษะการสื่อสารในทีมสูงมาก รวมถึงการ coach และช่วยสนับสนุนคนในทีมอื่น ๆ ให้สามารถทำงานแบบ agile ได้

Product Development

7. Sales, Marketing and Content

ตำแหน่งงานยังคงคล้ายเดิม แต่รายละเอียดเนื้องานจะเปลี่ยนแปลงไป ผันมาทาง digital มากขึ้น แม้บางบริษัทที่เป็นธุรกิจแบบดั้งเดิมอาจจะหดหายไป แต่บริษัทเทคโนโลยียังคงต้องการสายงานนี้ คนในสายงานนี้ควรพัฒนาทักษะดิจิทัล ติดตามเทรนด์เทคโนโลยี การใช้ความคิดสร้างสรรค์ หาวิธีสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับกลุ่มลูกค้าในโลกธุรกิจออนไลน์และออฟไลน์ จะมีช่องทางการเข้าถึงลูกค้ารูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย

การทำโฆษณาออนไลน์มีแนวโน้มที่จะมีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้การทำ content ให้น่าสนใจและสร้างฐานผู้ติดตามกลายมาเป็นทักษะที่สำคัญ ต่างจากยุคก่อนอย่างมากที่ทำโฆษณาสื่อสารจากแบรนด์ผลักออกสู่ลูกค้า ในยุคนี้ต้องทำตามความสนใจและพฤติกรรมของลูกค้าเป็นหลัก จะยึดแบรนด์เป็นหลักไม่ได้อีกต่อไป เพราะในเมื่อทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้หลากหลาย สามารถสร้างแบรนด์ออนไลน์ได้เหมือน ๆ กัน การแข่งขันจึงสูงขึ้นมาก ต้องมีจุดแข็งที่แตกต่างจึงจะอยู่รอด

Sales, Marketing and Content

การ reskill ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของความขยันหมั่นเพียร ขอเพียงแค่มีความตั้งใจ ก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน ถ้าเริ่มเรียน ๆ ไปแล้วปรากฎว่าไม่ชอบ ก็สามารถเปลี่ยนไปเรียนอย่างอื่นก็ได้ ต้นทุนต่ำมาก จะเปลี่ยนเมื่อไรก็ได้ ไม่เหมือนกับการเรียนต่อปริญญาที่ต้องทุ่มเททั้งเงินและเวลา เปลี่ยนสาขายากกว่า เราขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านและร่วมส่งเสริมให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการ reskill และลงมือทำได้สำเร็จ

บทความที่น่าสนใจ HUAWEI เดินหน้าจับธุรกิจแกตเจ็ตเพื่อสุขภาพ และ 7 ธุรกิจสุดปัง หลังวิกฤต COVID-19